Mary Hard Fork เตรียมเปิดใช้งานบนระบบ Mainnet ของ Cardano ในวันที่ 1 มีนาคมที่จะถึงนี้

Mary Hard Fork เตรียมเปิดใช้งานบนระบบ Mainnet ของ Cardano ในวันที่ 1 มีนาคมที่จะถึงนี้

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ทีม Cardano ได้ทำการ hard fork ตัวอัปเกรดที่ชื่อว่า Mary โดยสมบูรณ์ และทำให้มันเข้าใกล้ยุค Goguen เข้าไปอีกก้าวหนึ่ง ขั้นตอนในการ Tokenization นั้นเกิดขึ้นบน Blockchain ของ Cardano โดยตรงเลย โดยที่ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Smart contract ซึ่งส่งผลทำให้มันแตกต่างจากมาตรฐาน ERC-20 ของ Ethereum และระบบนี้จะเริ่มทำงานในวันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป CEO บริษัท IOHK ผู้ก่อตั้งเหรียญ

jumbo jili

Cardano นาย Charles Hoskinson กล่าวว่าอีเวนท์การ Hard Fork ที่จะเกิดขึ้นนี้จะผ่านการควบคุมและยืนยันคุณภาพภายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน โดยผู้ใช้งานจะต้องการอัปเดทโปรแกรมสำหรับการเชื่อมต่อ และเปิด Node โดยการติดตั้ง Daedalus เวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อให้สามารถเข้าสู่ระบบดังกล่าวได้ นาย Hoskinson ได้ให้ความเห็นว่า “เราได้ทดสอบมันบนระบบ testnet มาเกือบเดือนแล้ว และมันสามารถทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาก … จรวดได้เข้าสู่แท่นปล่อยแล้ว และมันจะถูกปล่อยออกไปตามกำหนดอย่างแน่นอน” Daedalus Flight จะทำหน้าที่เปรียบเสมือน Wallet เก็บเหรียญคริปโตบนระบบของ Cardano โดยจะสามารถรองรับ

สล็อต

สกุลได้หลากหลาย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม และจะมีการเปิดตัว Daedalus mainnet ช่วงกลางเดือนมีนาคมหากทุกอย่างไม่ผิดจากแผนที่วางไว้ ปลายปีที่ผ่านมา Cardano ได้เปิดตัวแผนงาน Goguen Roadmap ซึ่งได้วางแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดย Native token Mary นี้มีแผนที่จะเปิดตัวช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์หากอ้างอิงจาก Roadmap ดังกล่าว ทำให้กล่าวได้ว่าการเปิดตัวครั้งนี้แทบไม่ได้ผิดไปจากกำหนดการเดิมเลย ปัจจุบัน Cardano (ADA) มีราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ $0.83 เพิ่มขึ้นจากต้นปี 2021 ถึง 300% ทำให้เกิดการแย่งชิงตำแหน่งมูลค่าตลาดอันดับ 4

ผู้ก่อตั้งเหรียญ Cardano กล่าว Bitcoin “จะตายลงในทันทีหากมี Altcoin แซงมาเป็นอันดับหนึ่งได้”

สล็อตออนไลน์

ผู้ก่อตั้งเหรียญ Cardano กล่าว Bitcoin “จะตายลงในทันทีหากมี Altcoin แซงมาเป็นอันดับหนึ่งได้”© Reuters. ผู้ก่อตั้งเหรียญ Cardano กล่าว Bitcoin “จะตายลงในทันทีหากมี Altcoin แซงมาเป็นอันดับหนึ่งได้”
ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมามีหัวข้อที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ โดยบางคนคิดว่า Bitcoin จะพุ่งไปสู่ดวงจันทร์ แต่บางก็เชื่อว่า Bitcoin จะตายลงไปในที่สุดและนาย Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano (ADA) ก็เป็นหนึ่งในนั้น จากคลิปวิดีโอสัมภาษณ์ที่ถูกแชร์บน Subreddit ของ Cardano Hoskinson ผู้ก่อตั้งเหรียญ ADA กล่าวว่า เช่นเดียวกับเงินเฟียต สิ่งที่มีค่าเพียงอย่างเดียวที่ Bitcoin มีก็คือ “การยอมรับ” ด้วยเหตุผลนี้ในที่สุดมันก็จะตายลงไปเมื่อสูญเสียจุดแข็งเพียงอย่างเดียวของมันนั่นก็คือ “ความนิยม” Bitcoin มีค่าเพียงเพราะมันมีค่า แต่มันไม่มีข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยี ในความเป็นจริงมันเป็นเพียงสกุลเงินดิจิทัลพื้นฐาน

jumboslot

ดีที่สุดในบรรดาสกุลเงินดิจิทัลที่ล้ำยุคที่สุด ไม่มีเหตุผลอื่นใดนอกจากนั้น Cardano เป็นเครือข่ายบล็อกเชนเจเนเรชั่นที่ 3 ซึ่งเป็นสาเหตุที่นาย Hoskinson มองว่ามันควรมีมูลค่ามากกว่า Bitcoin ซึ่งบล็อกเชนเจเนเรชั่นแรกที่ทำได้แค่เพียงย้ายเหรียญจากกระเป๋าหนึ่งไปยังกระเป๋าเงินอื่นเท่านั้น เหรียญ Altcoin ที่จะเข้ามาแทนที่ Bitcoin Ethereum เป็นตัวอย่างของเครือข่ายบล็อกเชนเจเนเรชั่นที่ 2 นอกเหนือจากโอนเหรียญแล้วสัญญา Smart contract ของ ETH ยังช่วยให้ผู้คนสามารถกำหนดเงื่อนไขในการดำเนินการเหล่านั้นทำให้ blockchain ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตามบล็อกเชนเหล่านี้ต้องทนทุกข์ทรมานจากข้อบกพร่องในการออกแบบบางอย่างที่

slot

ทำให้สิ่งนี้ไม่ได้เติบโตได้ดีเท่าที่ควร ในทางกลับกันเครือข่ายบล็อกเชนเจเนเรชั่นที่ 3 อย่าง Cardano พยายามที่จะแก้ปัญหา Blockchain Trilemma โดยการเพิ่มชุดเทคโนโลยีให้กับบล็อกเชนในเจเนเรชั่นที่ 2 ท้ายที่สุดแล้วสิ่งนี้จะทำให้เครือข่ายสามารถปรับขนาดได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยไม่สูญเสียการกระจายอำนาจไป Hoskinson กล่าวเพิ่มเติมว่า Bitcoin จำเป็นต้องบรรลุการพัฒนาที่สำคัญบางอย่างเพื่อไล่ตามคู่แข่งให้ทัน “ Cryptocurrency ตัวอื่นอาจพลิกกลับขึ้นมาแซง Bitcoin เว้นแต่ว่าพวกเขาจะหาวิธีสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้อีกครั้ง Bitcoin จะตายลงไปทันที เพราะไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่เราควรถือมันไว้หากมีเหรียญคริปโตตัวอื่น ๆ ที่ดีกว่า”
ตลาดคริปโตเป็นที่น่าสนใจและได้รับความสนใจมาก

This entry was posted in ADA COIN and tagged , . Bookmark the permalink.